香港海關放蛇打擊手機維修黑箱 七人被捕涉冒牌零件呃客

05.07.2026


香港海關加強打擊手機維修行業不良營商手法,於6月下旬展開為期四日的特別執法行動,鎖定以廉價換屏招徠的街舖及商場手機維修店。當局指,有店舖聲稱以「全新原廠」零件為客人維修手機,實際卻使用非原廠甚至冒牌零件,涉嫌提供虛假商品說明及管有應用偽造商標貨品作商業用途,違反《商品說明條例》。行動共偵破4宗案件,在旺角、屯門及元朗拘捕7名本地男店員,年齡介乎23至53歲,全部已獲准保釋候查。

海關版權及商標調查科不良營商手法調查第一組調查主任陳亮表示,早前留意到部分手機維修店以明顯較官方維修中心便宜的價錢招徠,例如以約1,000至2,000港元提供指定品牌手機螢幕更換服務,標榜使用「全新原廠屏幕」,收費僅為官方維修價格的一半甚至更低。海關在相關商標持有人的協助下,派員喬裝顧客「放蛇」,在多區街舖及知名電子產品商場巡查,期間發現涉案店舖向執法人員作出上述聲稱,但實際提供的螢幕並非原廠產品,部分更屬冒牌貨。

海關指出,部分個案由消費者事後「中伏」揭發:有市民在維修後不久手機再次出現故障,轉往其他店舖檢查時才被告知先前維修時使用的是冒牌零件,始知受騙。陳亮形容,不法商戶看準普羅市民對專業零件認識有限,且維修後難以即場拆機檢驗,借機「搏大霧」,以非原廠甚至懷疑冒牌的零件代替原廠零件,企圖魚目混珠、刻意蒙騙顧客以謀取更高利潤。

在行動中,海關除發現懷疑冒牌螢幕外,亦在涉案店舖內檢獲印有懷疑偽造商標的手機零件,包括電池及手機背面玻璃等,相信用作維修用途。當局提醒,商戶如在服務時應用虛假商品說明,或銷售、以及為售賣用途而管有冒牌貨品,一經定罪,最高可被判罰款500萬港元及監禁5年。海關同時呼籲消費者應選擇信譽良好的商戶,如對零件真偽有懷疑,應主動向商標持有人或官方代理查詢,並可透過24小時熱線182 8080舉報懷疑違規個案。

ศูนย์สแกมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเฟื่องฟู แม้ไทยเคยช่วยเหยื่อกว่า 5,000 คนจากเมียวดี

05.07.2026


เครือข่ายภาคประชาสังคมด้านการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Human Trafficking Victim Assistance: CSNHTV) เปิดเผยว่า มีผู้คนมากกว่า 5,300 คนยังคงถูกกักขังอยู่ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (online scam centres) ตามแนวชายแดนฝั่งเมียนมาที่ติดกับประเทศไทย แม้จะผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งปีหลังจากปฏิบัติการปราบปรามร่วมหลายชาติที่สามารถช่วยเหลือผู้ถูกล่อลวงออกมาได้หลายพันคนจากพื้นที่เดียวกัน

ในจดหมายลงวันที่ 22 มิถุนายน ที่ CSNHTV ส่งถึงสำนักงานตำรวจไทยเพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น เครือข่ายระบุว่าผู้ที่ยังติดค้างส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ถูกควบคุมตัวอยู่ใน 4 แห่งภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธเมียนมาที่รู้จักกันในชื่อกองทัพพุทธกะเหรี่ยงประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army: DKBA) โดยประเมินว่ามีชาวจีนราว 1,600 คน ชาวเมียนมา 200 คน ชาวไทย 20 คน และพลเมืองจากฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย บราซิล รัสเซีย เคนยา ยูกันดา รวันดา และซิมบับเว รวมอยู่ในกลุ่มเหยื่อเหล่านี้

ยูเอ็นระบุว่า ศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงในเมียนมาและกัมพูชา ดำเนินกลยุทธ์ออนไลน์ผิดกฎหมายเพื่อหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก สร้างรายได้รวมกันปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงข่ายเหล่านี้มักอาศัยแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์จากต่างประเทศ ถูกบังคับทำงานในสภาพแวดล้อมที่กดขี่และมีการล่วงละเมิด โดยตลอดแนวชายแดนเมียนมา-ไทยเคยถูกใช้เป็นฐานสำคัญของการปฏิบัติการลักษณะนี้ ทั้งที่หลายฝ่ายพยายามกดดันให้ยุติ

ไทยเคยเป็นผู้นำความพยายามระดับภูมิภาคในการสลายศูนย์สแกมตามแนวชายแดน โดยเมื่อปีที่แล้ว ทางการไทยระบุว่าสามารถช่วยเหลือผู้คนราว 5,000 คนออกจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ในพื้นที่เมืองเมียวดีของเมียนมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี CSNHTV ชี้ว่าปฏิบัติการครั้งนั้นยังไม่ครอบคลุมคอมพาวด์จำนวนมากในพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของ DKBA ซึ่งยังไม่ได้ถูกรื้อถอนหรือเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ขบวนการยังคงดำเนินการฉ้อโกงออนไลน์และค้ามนุษย์ต่อไป สร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป

จดหมายของ CSNHTV ระบุว่า “คอมพาวด์จำนวนมากยังไม่ถูกรื้อถอนหรือดำเนินการช่วยเหลือเพื่อปลดปล่อยเหยื่อทั้งหมด” ขณะที่เจ้าหน้าที่ของ DKBA สองรายยังไม่ตอบคำถามจากสื่อเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ฝ่ายโฆษกของรัฐบาลเมียนมาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประกาศต่อสาธารณะว่ากำลังปราบปรามศูนย์สแกม ก็ยังไม่ตอบคำถามจากสำนักข่าวที่ร้องขอให้ชี้แจง ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ทุกฝ่ายร่วมมือปิดช่องว่างตามแนวชายแดนที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของอาชญากรรมข้ามชาติ