ดีล IMCD – Merit Solution ปรับสมดุลอุตสาหกรรมพลาสติกและคอมพาวด์ไทย

05.07.2026


IMCD N.V. ผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาสูตรเคมีภัณฑ์เฉพาะทางสัญชาติดัตช์ เดินหน้าขยายธุรกิจในไทยด้วยการลงนามข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดใน Merit Solution Co., Ltd. ผู้จัดจำหน่ายสารเติมแต่งสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกและคอมพาวด์ในประเทศ โดยดีลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ข้อเสนอของ IMCD ในกลุ่มวัสดุขั้นสูงและการคอมพาวด์ในตลาดไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อตกลงยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดดีลตามปกติ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2026

Merit Solution ให้บริการลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมพลาสติก ก่อสร้าง และกาว โดยดำเนินงานจากสำนักงานและห้องปฏิบัติการในกรุงเทพฯ มีทีมงาน 24 คน และสร้างรายได้ประมาณ 406 ล้านบาท (ราว 10.7 ล้านยูโร) ในปี 2025 การเข้าซื้อจะทำให้ IMCD ได้ฐานบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านสารเติมแต่งพลาสติก พร้อมโครงสร้างด้านเทคนิคในประเทศซึ่งช่วยยกระดับความสามารถในการให้บริการลูกค้าแบบใกล้ชิด

พิชิต พรธนAlert กรรมการผู้จัดการ IMCD ประเทศไทย ระบุว่าการซื้อกิจการครั้งนี้จะยกระดับตำแหน่งของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจรแก่ตลาดพลาสติกและคอมพาวด์ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมองว่าการเพิ่มขนาดธุรกิจ การรับทีมงานใหม่ และการต่อยอดความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และลูกค้า จะช่วยให้ IMCD สามารถตอบโจทย์ความต้องการในห่วงโซ่อุปทานได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในมิติประสิทธิภาพการผลิต สมรรถนะผลิตภัณฑ์ และความยั่งยืน

ฝ่ายผู้บริหาร Merit Solution มองว่าการผสานจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญสารเติมแต่งพลาสติกของบริษัท เข้ากับพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่ของ IMCD จะช่วยสร้างแพลตฟอร์มโซลูชันแบบองค์รวมสำหรับผู้ประกอบการคอมพาวด์และคอนเวอร์เตอร์ โดยเมื่อมีช่วงผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้นและการมีอยู่ในตลาดท้องถิ่นที่แข็งแรงขึ้น ทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าจะสามารถสนับสนุนลูกค้าให้ยกระดับประสิทธิภาพการแปรรูป ความทนทานของผลิตภัณฑ์ และการนำเสนอโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ IMCD ที่มุ่งสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่เคมีภัณฑ์เฉพาะทาง

เมื่อผู้บริโภคอยากทั้งสตาร์บัคส์และน้ำซุปกระดูก: โอกาสใหม่ของเครื่องดื่มโปรตีน

06.07.2026


น้ำซุปกระดูก ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของกระแสไดเอตสายพาลีโอ คีโต และโลว์คาร์บ กำลังปรับภาพลักษณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว สู่การเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลที่หลุดพ้นจากกรอบ “ซุปถ้วยร้อน” แบบเดิม ๆ ผู้ผลิตเริ่มแตกไลน์ไปสู่รูปแบบพร้อมดื่ม (RTD) ผงชง และแม้แต่เครื่องดื่มสไตล์ค็อกเทล เพื่อจับกระแสความต้องการโปรตีนที่พุ่งสูง ขณะเดียวกันก็รักษาความสะดวกสบายและประสบการณ์รสชาติแบบเครื่องดื่มสมัยใหม่

หัวใจของการรีบูตน้ำซุปกระดูกอยู่ที่การจัดการกับ “อคติเรื่องรสชาติ” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Beck's Broth จากแคนาดาเล่าว่า ลูกค้าที่เธอดูแลเรื่องสุขภาพลำไส้ระหว่างช่วงโควิดต้องการประโยชน์จากน้ำซุปกระดูก แต่ไม่ชอบกลิ่นและรสเค็มมันแบบดั้งเดิม ในขณะที่คนกลุ่มเดียวกันกลับยอมจ่ายเพื่อเครื่องดื่มคาเฟ่ระดับสตาร์บัคส์ ช่องว่างนี้เปิดโอกาสให้แบรนด์พัฒนาน้ำซุปกระดูกในรูปแบบผงชงที่ให้ความรู้สึก “คาเฟ่สไตล์” มุ่งสร้างความรู้สึกดื่มด่ำมากกว่าการดื่มเพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว พร้อมเน้นว่าต้องคงปริมาณโปรตีนและคุณสมบัติช่วยดูแลลำไส้และกล้ามเนื้อไว้ครบถ้วน

อีกด้านหนึ่ง Marrō เลือกเดินคนละทิศด้วยการพัฒนาน้ำซุปกระดูกในรูปแบบสปาร์กลิง เปลี่ยนของคาวอย่างน้ำซุปให้กลายเป็นเครื่องดื่มซ่าพร้อมดื่ม เป้าหมายคล้ายกันคือทำให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคน้ำซุปกระดูกได้ทุกวัน แต่ผ่านประสบการณ์ที่สอดรับกับการดื่มเครื่องดื่มทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งสองแบรนด์ซึ่งไปโชว์ตัวในงาน Summer Fancy Food Show ของ Specialty Food Association ที่นิวยอร์ก สะท้อนทิศทางเดียวกันของตลาดฟังก์ชันนอลฟู้ด: ผู้บริโภคต้องการคุณค่าทางสุขภาพโดยไม่ยอมลดทอนประสบการณ์การดื่มกิน

กระแสนี้สอดรับกับอีกเทรนด์ในโลกโซเชียลอย่าง “nonna-maxxing” ที่เชิดชูไลฟ์สไตล์แบบคุณย่าอิตาเลียน—ทั้งการทำอาหารช้า ๆ อย่างพิถีพิถันและการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว แต่ความเป็นจริงของผู้บริโภคจำนวนมากคือไม่มีเวลาจะเคี่ยวน้ำซุปกระดูก 24 ชั่วโมงเต็ม สินค้าน้ำซุปกระดูกสำเร็จรูป ทั้งแบบคอนเซนเตรตและแบบผง จึงถูกวางตำแหน่งเป็น “ทางลัดที่ยังรักษาจิตวิญญาณแบบโฮมเมด” ผู้ผลิตเน้นว่าเพียงแค่เปลี่ยนสต็อกในตู้กับข้าวมาเป็นน้ำซุปกระดูกเข้มข้น ผู้บริโภคก็ใกล้เคียงกับประสบการณ์อาหารเคี่ยวนาน ทั้งในซุป สตูว์ หรือเมนูอบคาว ในเวลาทำอาหารจริงที่ลดลงเหลือเพียงหลักนาที

ในเชิงธุรกิจ การแปลงโฉมน้ำซุปกระดูกครั้งนี้สะท้อนจุดตัดสำคัญระหว่างโปรตีนฟังก์ชันนอล ความสะดวกสบาย และสุนทรียะการบริโภค แบรนด์รุ่นใหม่กำลังทดสอบขอบเขตของหมวดหมู่เดิมอย่าง “น้ำซุป” ให้ขยับเข้าใกล้หมวดเครื่องดื่มมากขึ้น ตั้งแต่กาแฟทางเลือกไปจนถึงโซดาฟังก์ชันนอล โดยต่างพยายามหาสมดุลระหว่างการคงโภชนคุณค่ากับการกลบโปรไฟล์รสชาติแบบน้ำซุปดั้งเดิม ภายใต้บริบทที่ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังว่าอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพจะต้อง “อร่อยและง่าย” พร้อมกันไปด้วย