EV ไทยโตต่อเนื่อง ยอดลงทุนแตะ 4.1 พันล้านดอลลาร์ ดันซัพพลายเออร์เข้าโซ่คุณค่าโลก

05.07.2026


ไทยกำลังเร่งยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตยานยนต์สันดาปสู่ศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่าประเทศไทยได้รับคำมั่นการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมมากกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.37 แสนล้านบาท ครอบคลุมโครงการเกือบ 200 โครงการ ตั้งแต่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ การไหลเข้าของเงินทุนเกิดขึ้นในจังหวะที่ผู้ผลิตรถยนต์โลกทยอยปรับเครือข่ายการผลิตออกจากพื้นที่เสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และมองหาฐานการผลิตใหม่ในภูมิภาคนี้

นฤต ธีระทิศสุขดี เลขาธิการ BOI และเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ระบุบนเวทีประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (iEVTech) ว่า แนวทางของไทยแตกต่างจากคู่แข่งในภูมิภาคที่เน้นเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) โดยไทยเลือกสนับสนุนเทคโนโลยีทุกแพลตฟอร์ม ทั้งรถไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ BEV เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทั้งผู้เล่นดั้งเดิมและผู้เล่นหน้าใหม่ลงทุนและเติบโตไปพร้อมกัน นโยบายดังกล่าวสะท้อนในตลาดภายในประเทศซึ่งในปี 2025 รถยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบคิดเป็นกว่า 40% ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ โดยมีไฮบริดนำอยู่ในขณะนี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังจัดทำมาตรการสนับสนุนชุดใหม่เพื่อประคองนักลงทุนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค นฤตกล่าวว่าข้อเสนอของ BOI อยู่ระหว่างการสรุปหลังหารือโดยตรงกับค่ายรถและสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) โดยมาตรการใหม่นี้มุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนระยะยาว มากกว่าการเร่งยอดขายรถเพียงอย่างเดียว สอดคล้องกับมุมมองของสุโรจน์ แสงสนิท ประธาน EVAT ที่ชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านของไทยต้องเน้นการสร้าง “ระบบนิเวศ EV ที่ครบถ้วน แข่งขันได้ และเชื่อมโยงกัน” ตั้งแต่ระบบแบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ขั้นสูง การรีไซเคิลชิ้นส่วน โครงข่ายชาร์จ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรภายในประเทศ

บนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยได้ติดตั้งสถานีชาร์จแล้วมากกว่า 22,000 จุด และมีโครงการลงทุน EV ที่ได้รับการส่งเสริมรวมราว 130,000 ล้านบาท ครอบคลุมกำลังการผลิตรถ BEV ในประเทศที่ได้รับใบอนุญาตเกิน 370,000 คันต่อปี การไหลเข้าของทุนและโครงการผลิตต่างๆ แปลไปสู่การจ้างงานจริง โดย BOI ระบุว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโปรแกรมสนับสนุนต่างๆ จ้างงานแรงงานไทยแล้วมากกว่า 16,000 คน ตอกย้ำศักยภาพของประเทศในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค

เพื่อไม่ให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลังในคลื่นเทคโนโลยีใหม่ BOI ได้ออกมาตรการจูงใจให้เกิดการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างชาติ รวมถึงจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่องในงาน Subcon Thailand และ Sourcing Day ตลอดสองปีที่ผ่านมา มีการจัดอีเวนต์แมตชิ่งธุรกิจแล้ว 18 ครั้ง สร้างการจับคู่ระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับผู้ผลิต EV กว่า 1,200 คู่ และเกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์ไทยที่มีศักยภาพมากกว่า 800 ราย หน่วยงานคาดว่ากิจกรรมเหล่านี้จะนำไปสู่มูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศเกิน 60,000 ล้านบาท เปิดทางให้ผู้ผลิตไทยก้าวเข้าสู่สายการผลิตยานยนต์ยุคหน้าและเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนใน EV ระลอกใหม่

ยุทธศาสตร์ระยะยาวของไทยคือการใช้การเปลี่ยนผ่านสู่การสัญจรแบบปล่อยมลพิษต่ำเป็นคันเร่งให้ประเทศกลายเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างประเทศด้านยานยนต์ไฟฟ้า เปิดพื้นที่ให้ทั้งผู้ผลิตเดิมและรายใหม่สร้างฐานธุรกิจที่มั่นคงและขยายการลงทุนในไทย พร้อมกันนั้นยังมุ่งสร้างโอกาสให้คนไทยผ่านการจ้างงาน การยกระดับทักษะ และการผลักดันผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก่อตัวขึ้นในภูมิภาค

Hotel101 Bangkok เตรียมขึ้นแท่นหนึ่งในสามโรงแรมใหญ่สุดของกรุงเทพฯ ตามจำนวนห้องพัก

05.07.2026


Hotel101 Global Holdings Corp. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีแบบ asset-light ภายใต้โมเดล “คอนโดเทล” เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยการลงนามข้อตกลงร่วมทุนแบบเด็ดขาด (definitive binding agreements) เพื่อพัฒนาโครงการ Hotel101 Bangkok ซึ่งจะเป็นโครงการแฟล็กชิปในกรุงเทพฯ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจระดับนานาชาติของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กภายใต้ตัวย่อ HBNB

โครงการ Hotel101 Bangkok จะพัฒนาบนที่ดินเนื้อที่ราว 8,336 ตารางเมตรริมถนนพหลโยธิน หนึ่งในเส้นทางคมนาคมหลักของกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้ามีห้องพักประมาณ 770 ห้อง ส่งผลให้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ โรงแรมแห่งนี้มีแนวโน้มจะขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสามโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุดในกรุงเทพฯ ทำเลโครงการอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS แยก ก.พ.อ. และอยู่ไม่ไกลจากท่าอากาศยานดอนเมือง เชื่อมต่อผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศเข้ากับย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิง และโหนดคมนาคมสำคัญในโซนเหนือของเมือง

ดีลครั้งนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Hotel101 Global กับบริษัท ออริจิน โฮเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ออริจิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายสำคัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอนโดมิเนียมใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS และทางด่วน ทีมผู้บริหารทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้ก่อตั้ง Hotel101 Global อย่าง เอ็ดการ์ “อินจัป” เซีย ที่สอง (Edgar "Injap" Sia II) และทีมผู้บริหารระดับสูงของออริจิน นำโดยซีอีโอ พีระพงศ์ จรูญเอก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามที่สำนักงานใหญ่ของออริจินในกรุงเทพฯ

Hotel101 Bangkok ถูกวางตำแหน่งให้เป็นการนำโมเดล “คอนโดเทล” ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ Hotel101 เข้าสู่ตลาดไทย โดยบริษัทคาดการณ์มูลค่ารายได้จากการขายของโครงการราว 1.925 พันล้านบาท (ประมาณ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ความร่วมมือดังกล่าวผสานแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีเชิงเทคโนโลยีของ Hotel101 เข้ากับประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการใกล้ระบบรางของออริจิน ซึ่งสร้างชื่อจากการออกแบบที่โดดเด่น การจัดผังพื้นที่ใช้สอยที่เน้นการใช้งานจริง และการบริการหลังการขายที่แข็งแรง

การปักธงของ Hotel101 ในทำเลพหลโยธินตอนเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะฮับด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจของอาเซียน ขณะเดียวกันก็สะท้อนทิศทางใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างออริจิน ที่ขยายจากตลาดที่อยู่อาศัยแนวคอนโดมิเนียมมาสู่เซกเมนต์โรงแรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับระบบขนส่งมวลชนในเมืองโดยตรง