Le compte à rebours est lancé pour Duralex. Placée en redressement judiciaire le 1er juin, la verrerie de La Chapelle-Saint-Mesmin (Loiret) est désormais engagée dans un plan de cession validé par le tribunal de commerce d’Orléans début juillet. Les candidats à la reprise ont jusqu’au 6 août pour déposer un dossier complet, avant une audience clé fixée au 17 septembre qui doit examiner les offres et tracer les lignes du futur de l’entreprise et de ses 243 salariés.
Fondée en 1945 et connue pour ses verres de cantine réputés incassables, Duralex affronte son cinquième redressement judiciaire en un peu plus de vingt ans. Deux ans après avoir été reprise en Scop par ses propres salariés, l’usine n’a pas réussi à surmonter ses difficultés financières. Le tribunal a accordé une période d’observation de six mois avec poursuite d’activité, mais le sort du site et de son savoir-faire industriel dépend désormais de l’issue du plan de cession.
Selon le syndicat Force ouvrière, une quarantaine de marques d’intérêt ont été recensées, sans qu’aucune ne se soit pour l’instant concrétisée en offre formalisée. À l’audience, aucun nom de repreneur potentiel n’a été évoqué. Les syndicats insistent sur la nécessité d’un « projet industriel sérieux » porté par un repreneur « compétent » capable de maintenir l’activité sur le site. Des élus locaux alertent sur le risque de voir émerger des candidats intéressés par la seule marque Duralex, sans engagement sur la production et l’outil industriel.
Dans l’usine, l’activité a été ajustée pour préserver la trésorerie. La production, mise en pause le 12 juin afin de réduire les charges et de concentrer les équipes sur l’emballage et la préparation des commandes, a redémarré avec la relance d’une ligne de fabrication. À l’extérieur, une quarantaine de militants, à l’appel de la CGT, se sont rassemblés devant le tribunal d’Orléans lors de la dernière audience pour afficher leur soutien à la verrerie et rappeler l’enjeu social et industriel de ce nouveau tournant pour Duralex.

การจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week ครั้งที่ 22 (ASEW 2026) ที่กรุงเทพฯ ปิดฉากลงพร้อมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในตลาดพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ผลิตโซลูชันบ้านอัจฉริยะสัญชาติจีนรายนี้นำเสนอชุดโซลูชันพลังงานอัจฉริยะครบวงจร ครอบคลุมการใช้งานภาคที่อยู่อาศัย พาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) ระบบติดตั้งบนระเบียง ไปจนถึงโซลูชันแบบพกพา สะท้อนกลยุทธ์รุกสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดในจังหวะที่ภูมิภาคเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและรับมือค่าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
บูธของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในงานได้รับความสนใจจากหน่วยงานด้านพลังงานของไทย โดยมี ดร.วีรพัฒน์ เกียรติพึ่งฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และ ดร.ยุทธพงศ์ ทัพพะดุด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าเยี่ยมชมและแสดงความชื่นชมต่อบทบาทของบริษัทในความร่วมมือเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างจีน‑ไทย การออกงานครั้งนี้นับเป็นเวทีแสดงตัวครั้งสำคัญของไฮเออร์ในฐานะผู้เล่นด้านพลังงานรายใหม่ในภูมิภาค หลังจากสร้างชื่อในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฮมมาแล้วทั่วโลก
ภายใต้นโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียน เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน และต้นทุนพลังงานที่เร่งตัวขึ้น ภาคครัวเรือนและธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมองหาโซลูชันที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยืดหยุ่น ไฮเออร์ เอนเนอร์จี ระบุว่าโซลูชันแบบ “full‑scenario” ของบริษัทถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในโครงการแลนด์มาร์กในไทย เช่น ชุมชนที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมและโรงเรียนนานาชาติ การสะสมประสบการณ์โครงการในพื้นที่และการทำงานตามข้อกำกับ ทำให้บริษัทได้รับการรับรองเป็น “New Energy Demonstration Enterprise” จากสมาคมผังเมืองและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เสริมความน่าเชื่อถือในฐานะคู่ค้าระยะยาวในตลาดท้องถิ่น
จุดเด่นอีกด้านคือการสร้างอีโคซิสเต็มพันธมิตรในภูมิภาค โดยในงาน ASEW 2026 ไฮเออร์ เอนเนอร์จี ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรมากกว่าหนึ่งโหล ครอบคลุมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดหลากหลายประเภท ดีลเหล่านี้ต่อยอดจากโมเดล “global enablement, local execution” ของบริษัทแม่ ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ที่มีฐานวิจัย พัฒนา การผลิต และเชิงพาณิชย์กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 160 ประเทศ ช่วยให้โซลูชันพลังงานที่ออกแบบจากเทคโนโลยีระดับโลกสามารถปรับให้เข้ากับข้อกำกับ ความต้องการ และพฤติกรรมผู้ใช้ในไทยและอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยพอร์ตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระบบพลังงานสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงชุดติดตั้งบนระเบียงและระบบพกพา ไฮเออร์ เอนเนอร์จี กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตที่มุ่งสู่ “ศูนย์บิลค่าไฟ” ในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การผสมผสานชื่อเสียงเดิมของไฮเออร์ในกลุ่มสมาร์ทโฮมเข้ากับการรับรองมาตรฐานและประสบการณ์โครงการจริงในไทย อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบทบาทของบริษัทในสมรภูมิพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาคในระยะต่อไป