
ญี่ปุ่นออกโรงสนับสนุนท่าทีของกัมพูชาในการจัดการข้อพิพาทชายแดนกับไทย โดยชื่นชมพนมเปญที่เลือกใช้ความยับยั้งชั่งใจ เปิดช่องทางเจรจา และยึดกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก มากกว่าการเผชิญหน้าและการใช้กำลัง ท่าทีดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านการหารือระหว่าง อุเอโนะ อัตสึชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา กับ ทุน วัฒนา รองประธานวุฒิสภากัมพูชาคนที่สอง เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
วัฒนาใช้โอกาสนี้ย้ำว่า จุดยืนของกัมพูชาต่อข้อพิพาทกับไทย “สม่ำเสมอตั้งแต่ต้น” คือ เลือกความยับยั้งเหนือการยกระดับความตึงเครียด เลือกการเจรจาเหนือการเผชิญหน้า และเลือกกฎหมายระหว่างประเทศเหนือการใช้กำลัง พร้อมระบุว่า สันติภาพไม่อาจตั้งอยู่บนการดำเนินการฝ่ายเดียวหรือแรงกดดันทางทหาร หากแต่ต้องยืนอยู่บนความเคารพซึ่งกันและกัน ความเป็นธรรม และหลักกฎหมายที่นานาประเทศยอมรับร่วมกัน เขายังชื่นชมบทบาทยาวนานของญี่ปุ่นต่อสันติภาพและการพัฒนาของกัมพูชา นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งภายใต้สหประชาชาติในปี 1993
ในประเด็นเขตแดนทางทะเล วัฒนาหนุนจุดยืนของรัฐบาลในการผลักดันให้ใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบหลัก หลังไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 ด้านการเจรจาเขตแดนทางทะเลแต่ฝ่ายเดียว ส่วนข้อพิพาทเขตแดนทางบก เขาระบุว่ากัมพูชายังคงเปิดกว้างต่อการเจรจาทวิภาคีกับไทยผ่านกลไกที่มีอยู่ และอาจหันไปใช้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หากจำเป็นในอนาคต พร้อมแสดงความคาดหวังว่าไทยจะเคารพสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี 1904 และ 1907 รวมถึงคืนพื้นที่และวัดที่กัมพูชาระบุว่าทหารไทยยังคงยึดครองภายหลังการหยุดยิงเมื่อปีที่แล้ว
ด้านอุเอโนะยกย่องแนวทางที่กัมพูชาเลือกใช้ในการคลี่คลายข้อพิพาทว่าเป็น “วิธีการที่มีวุฒิภาวะ” โดยย้ำการสนับสนุนท่าทีที่เน้นความอดทน การเปิดกว้าง และการยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศของพนมเปญ การหารือปิดท้ายด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นกระชับมิตรภาพ หุ้นส่วนความร่วมมือ และการทูตผ่านรัฐสภาระหว่างกัมพูชากับญี่ปุ่น ท่ามกลางภูมิทัศน์ความมั่นคงในภูมิภาคที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Export Development Canada (EDC) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างแคนาดาและไทย พร้อมทั้งขยายความร่วมมือไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นในปีที่ทั้งสองประเทศฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนการขยับเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายต่อภูมิภาคที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในซัพพลายเชนโลก
MOU ฉบับนี้วางกรอบความร่วมมือระหว่างสองสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ซึ่งจะสนับสนุนโครงการในทั้งสองประเทศและในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยเน้นการร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ภายใต้ข้อตกลง EDC และ EXIM Thailand จะร่วมกันสำรวจโอกาสด้านการจัดหาเงินทุน แลกเปลี่ยนข่าวกรองตลาด และอำนวยความสะดวกให้บริษัทจากแคนาดาและไทยเชื่อมต่อและทำธุรกิจร่วมกัน
ความร่วมมือมุ่งไปที่ภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย เช่น เกษตรและอาหาร เทคโนโลยีสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นห่วงโซ่การผลิตที่กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก ข้อตกลงยังครอบคลุมการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การบริหารความเสี่ยง และการเงินที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อและการตัดสินใจลงทุนของสถาบันการเงินข้ามชาติ
สำหรับแคนาดา ความร่วมมือกับ EXIM Thailand ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทางการค้า และยกระดับการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งกำลังกลายเป็นตลาดสำคัญยิ่งขึ้นสำหรับผู้ส่งออกและนักลงทุนแคนาดา ขณะเดียวกัน ไทยได้รับช่องทางเสริมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและข้อมูลตลาดจากหนึ่งในสถาบันการเงินเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของโลก เพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ๆ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีและเงินลงทุนสูง