ดีลพันธมิตรนับสิบรายหนุนไฮเออร์ เอนเนอร์จี ขยายอีโคซิสเต็มพลังงานสะอาดในภูมิภาค

05.07.2026


การจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week ครั้งที่ 22 (ASEW 2026) ที่กรุงเทพฯ ปิดฉากลงพร้อมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในตลาดพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ผลิตโซลูชันบ้านอัจฉริยะสัญชาติจีนรายนี้นำเสนอชุดโซลูชันพลังงานอัจฉริยะครบวงจร ครอบคลุมการใช้งานภาคที่อยู่อาศัย พาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) ระบบติดตั้งบนระเบียง ไปจนถึงโซลูชันแบบพกพา สะท้อนกลยุทธ์รุกสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดในจังหวะที่ภูมิภาคเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและรับมือค่าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

บูธของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในงานได้รับความสนใจจากหน่วยงานด้านพลังงานของไทย โดยมี ดร.วีรพัฒน์ เกียรติพึ่งฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และ ดร.ยุทธพงศ์ ทัพพะดุด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าเยี่ยมชมและแสดงความชื่นชมต่อบทบาทของบริษัทในความร่วมมือเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างจีน‑ไทย การออกงานครั้งนี้นับเป็นเวทีแสดงตัวครั้งสำคัญของไฮเออร์ในฐานะผู้เล่นด้านพลังงานรายใหม่ในภูมิภาค หลังจากสร้างชื่อในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฮมมาแล้วทั่วโลก

ภายใต้นโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียน เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน และต้นทุนพลังงานที่เร่งตัวขึ้น ภาคครัวเรือนและธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมองหาโซลูชันที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยืดหยุ่น ไฮเออร์ เอนเนอร์จี ระบุว่าโซลูชันแบบ “full‑scenario” ของบริษัทถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในโครงการแลนด์มาร์กในไทย เช่น ชุมชนที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมและโรงเรียนนานาชาติ การสะสมประสบการณ์โครงการในพื้นที่และการทำงานตามข้อกำกับ ทำให้บริษัทได้รับการรับรองเป็น “New Energy Demonstration Enterprise” จากสมาคมผังเมืองและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เสริมความน่าเชื่อถือในฐานะคู่ค้าระยะยาวในตลาดท้องถิ่น

จุดเด่นอีกด้านคือการสร้างอีโคซิสเต็มพันธมิตรในภูมิภาค โดยในงาน ASEW 2026 ไฮเออร์ เอนเนอร์จี ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรมากกว่าหนึ่งโหล ครอบคลุมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดหลากหลายประเภท ดีลเหล่านี้ต่อยอดจากโมเดล “global enablement, local execution” ของบริษัทแม่ ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ที่มีฐานวิจัย พัฒนา การผลิต และเชิงพาณิชย์กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 160 ประเทศ ช่วยให้โซลูชันพลังงานที่ออกแบบจากเทคโนโลยีระดับโลกสามารถปรับให้เข้ากับข้อกำกับ ความต้องการ และพฤติกรรมผู้ใช้ในไทยและอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยพอร์ตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระบบพลังงานสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงชุดติดตั้งบนระเบียงและระบบพกพา ไฮเออร์ เอนเนอร์จี กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตที่มุ่งสู่ “ศูนย์บิลค่าไฟ” ในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การผสมผสานชื่อเสียงเดิมของไฮเออร์ในกลุ่มสมาร์ทโฮมเข้ากับการรับรองมาตรฐานและประสบการณ์โครงการจริงในไทย อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบทบาทของบริษัทในสมรภูมิพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาคในระยะต่อไป

เมื่อผู้บริโภคอยากทั้งสตาร์บัคส์และน้ำซุปกระดูก: โอกาสใหม่ของเครื่องดื่มโปรตีน

06.07.2026


น้ำซุปกระดูก ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของกระแสไดเอตสายพาลีโอ คีโต และโลว์คาร์บ กำลังปรับภาพลักษณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว สู่การเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลที่หลุดพ้นจากกรอบ “ซุปถ้วยร้อน” แบบเดิม ๆ ผู้ผลิตเริ่มแตกไลน์ไปสู่รูปแบบพร้อมดื่ม (RTD) ผงชง และแม้แต่เครื่องดื่มสไตล์ค็อกเทล เพื่อจับกระแสความต้องการโปรตีนที่พุ่งสูง ขณะเดียวกันก็รักษาความสะดวกสบายและประสบการณ์รสชาติแบบเครื่องดื่มสมัยใหม่

หัวใจของการรีบูตน้ำซุปกระดูกอยู่ที่การจัดการกับ “อคติเรื่องรสชาติ” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Beck's Broth จากแคนาดาเล่าว่า ลูกค้าที่เธอดูแลเรื่องสุขภาพลำไส้ระหว่างช่วงโควิดต้องการประโยชน์จากน้ำซุปกระดูก แต่ไม่ชอบกลิ่นและรสเค็มมันแบบดั้งเดิม ในขณะที่คนกลุ่มเดียวกันกลับยอมจ่ายเพื่อเครื่องดื่มคาเฟ่ระดับสตาร์บัคส์ ช่องว่างนี้เปิดโอกาสให้แบรนด์พัฒนาน้ำซุปกระดูกในรูปแบบผงชงที่ให้ความรู้สึก “คาเฟ่สไตล์” มุ่งสร้างความรู้สึกดื่มด่ำมากกว่าการดื่มเพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว พร้อมเน้นว่าต้องคงปริมาณโปรตีนและคุณสมบัติช่วยดูแลลำไส้และกล้ามเนื้อไว้ครบถ้วน

อีกด้านหนึ่ง Marrō เลือกเดินคนละทิศด้วยการพัฒนาน้ำซุปกระดูกในรูปแบบสปาร์กลิง เปลี่ยนของคาวอย่างน้ำซุปให้กลายเป็นเครื่องดื่มซ่าพร้อมดื่ม เป้าหมายคล้ายกันคือทำให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคน้ำซุปกระดูกได้ทุกวัน แต่ผ่านประสบการณ์ที่สอดรับกับการดื่มเครื่องดื่มทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งสองแบรนด์ซึ่งไปโชว์ตัวในงาน Summer Fancy Food Show ของ Specialty Food Association ที่นิวยอร์ก สะท้อนทิศทางเดียวกันของตลาดฟังก์ชันนอลฟู้ด: ผู้บริโภคต้องการคุณค่าทางสุขภาพโดยไม่ยอมลดทอนประสบการณ์การดื่มกิน

กระแสนี้สอดรับกับอีกเทรนด์ในโลกโซเชียลอย่าง “nonna-maxxing” ที่เชิดชูไลฟ์สไตล์แบบคุณย่าอิตาเลียน—ทั้งการทำอาหารช้า ๆ อย่างพิถีพิถันและการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว แต่ความเป็นจริงของผู้บริโภคจำนวนมากคือไม่มีเวลาจะเคี่ยวน้ำซุปกระดูก 24 ชั่วโมงเต็ม สินค้าน้ำซุปกระดูกสำเร็จรูป ทั้งแบบคอนเซนเตรตและแบบผง จึงถูกวางตำแหน่งเป็น “ทางลัดที่ยังรักษาจิตวิญญาณแบบโฮมเมด” ผู้ผลิตเน้นว่าเพียงแค่เปลี่ยนสต็อกในตู้กับข้าวมาเป็นน้ำซุปกระดูกเข้มข้น ผู้บริโภคก็ใกล้เคียงกับประสบการณ์อาหารเคี่ยวนาน ทั้งในซุป สตูว์ หรือเมนูอบคาว ในเวลาทำอาหารจริงที่ลดลงเหลือเพียงหลักนาที

ในเชิงธุรกิจ การแปลงโฉมน้ำซุปกระดูกครั้งนี้สะท้อนจุดตัดสำคัญระหว่างโปรตีนฟังก์ชันนอล ความสะดวกสบาย และสุนทรียะการบริโภค แบรนด์รุ่นใหม่กำลังทดสอบขอบเขตของหมวดหมู่เดิมอย่าง “น้ำซุป” ให้ขยับเข้าใกล้หมวดเครื่องดื่มมากขึ้น ตั้งแต่กาแฟทางเลือกไปจนถึงโซดาฟังก์ชันนอล โดยต่างพยายามหาสมดุลระหว่างการคงโภชนคุณค่ากับการกลบโปรไฟล์รสชาติแบบน้ำซุปดั้งเดิม ภายใต้บริบทที่ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังว่าอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพจะต้อง “อร่อยและง่าย” พร้อมกันไปด้วย