แผนเศรษฐกิจใหม่ไทยชู 7 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง ขับเคลื่อนรายได้ต่อหัวเติบโต

25.06.2026


รัฐบาลไทยกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการยกระดับประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงภายใน 12 ปี ควบคู่กับการผลักดันให้ไทยติดกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดของโลกภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ตามกรอบแนวนโยบายที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (JPPCC) ครั้งแรก ซึ่งมีเอกนิติ นิธิธนาพงศ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้แถลงผลสรุป

ภายใต้เป้าหมายระยะยาว รัฐบาลตั้งใจยกระดับรายได้ประชาชาติประชต่อหัวจากปัจจุบันราว 8,000–9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้ทะลุระดับมากกว่า 15,000 ดอลลาร์ โดยกำหนดให้การหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” เป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ เฟรมเวิร์กใหม่แบ่งออกเป็นเป้าระยะสั้น กลาง และยาว โดยในระยะกลางมุ่งยกระดับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจจากราว 2.7% ให้เกิน 3% ควบคู่กับการขยับอันดับความสามารถในการแข่งขันสู่ท็อป 20 ของโลก ผ่านการเสริมเสถียรภาพมหภาคและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำ

แผนเศรษฐกิจฉบับใหม่ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการออกแบบโรดแมปและการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากประมาณ 22% ของจีดีพีให้เข้าใกล้ระดับ 30% พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกระบุว่าเป็นจุดแข็งของไทย 7 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรและอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร ยานยนต์อนาคต อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลและเอไอ สุขภาพและยา การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กลไกเหล่านี้ถูกจัดวางในโครงการ “Reinvent Thailand” ที่มุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก คือ การลงทุน การค้าและบริการ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ

ในเชิงโครงสร้าง รัฐบาลระบุว่าจะเร่งใช้งาน “เครื่องยนต์” เศรษฐกิจ 4 ด้าน ได้แก่ การลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคต การเสริมศักยภาพภาคท่องเที่ยวและเกษตร การพัฒนาทักษะแรงงานและทุนมนุษย์ และการรื้ออุปสรรคเชิงกฎระเบียบเพื่อให้การทำธุรกิจคล่องตัวขึ้น เอกนิติเปรียบความร่วมมือรัฐ–เอกชนครั้งนี้เสมือนการจัดทีมฟุตบอลที่มีทั้งแนวรับคอยรักษาเสถียรภาพทางการคลังและความเชื่อมั่น แนวกึ่งกลางสนามที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโต และแนวรุกที่ผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพและรายได้ใหม่ ๆ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปสู่สถานะประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน

ดีลพันธมิตรนับสิบรายหนุนไฮเออร์ เอนเนอร์จี ขยายอีโคซิสเต็มพลังงานสะอาดในภูมิภาค

05.07.2026


การจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week ครั้งที่ 22 (ASEW 2026) ที่กรุงเทพฯ ปิดฉากลงพร้อมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในตลาดพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ผลิตโซลูชันบ้านอัจฉริยะสัญชาติจีนรายนี้นำเสนอชุดโซลูชันพลังงานอัจฉริยะครบวงจร ครอบคลุมการใช้งานภาคที่อยู่อาศัย พาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) ระบบติดตั้งบนระเบียง ไปจนถึงโซลูชันแบบพกพา สะท้อนกลยุทธ์รุกสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดในจังหวะที่ภูมิภาคเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและรับมือค่าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

บูธของไฮเออร์ เอนเนอร์จี ในงานได้รับความสนใจจากหน่วยงานด้านพลังงานของไทย โดยมี ดร.วีรพัฒน์ เกียรติพึ่งฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และ ดร.ยุทธพงศ์ ทัพพะดุด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าเยี่ยมชมและแสดงความชื่นชมต่อบทบาทของบริษัทในความร่วมมือเศรษฐกิจสีเขียวระหว่างจีน‑ไทย การออกงานครั้งนี้นับเป็นเวทีแสดงตัวครั้งสำคัญของไฮเออร์ในฐานะผู้เล่นด้านพลังงานรายใหม่ในภูมิภาค หลังจากสร้างชื่อในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฮมมาแล้วทั่วโลก

ภายใต้นโยบายสนับสนุนด้านพลังงานหมุนเวียน เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน และต้นทุนพลังงานที่เร่งตัวขึ้น ภาคครัวเรือนและธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างมองหาโซลูชันที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยืดหยุ่น ไฮเออร์ เอนเนอร์จี ระบุว่าโซลูชันแบบ “full‑scenario” ของบริษัทถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในโครงการแลนด์มาร์กในไทย เช่น ชุมชนที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมและโรงเรียนนานาชาติ การสะสมประสบการณ์โครงการในพื้นที่และการทำงานตามข้อกำกับ ทำให้บริษัทได้รับการรับรองเป็น “New Energy Demonstration Enterprise” จากสมาคมผังเมืองและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เสริมความน่าเชื่อถือในฐานะคู่ค้าระยะยาวในตลาดท้องถิ่น

จุดเด่นอีกด้านคือการสร้างอีโคซิสเต็มพันธมิตรในภูมิภาค โดยในงาน ASEW 2026 ไฮเออร์ เอนเนอร์จี ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรมากกว่าหนึ่งโหล ครอบคลุมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดหลากหลายประเภท ดีลเหล่านี้ต่อยอดจากโมเดล “global enablement, local execution” ของบริษัทแม่ ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ที่มีฐานวิจัย พัฒนา การผลิต และเชิงพาณิชย์กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 160 ประเทศ ช่วยให้โซลูชันพลังงานที่ออกแบบจากเทคโนโลยีระดับโลกสามารถปรับให้เข้ากับข้อกำกับ ความต้องการ และพฤติกรรมผู้ใช้ในไทยและอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยพอร์ตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ระบบพลังงานสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงชุดติดตั้งบนระเบียงและระบบพกพา ไฮเออร์ เอนเนอร์จี กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตที่มุ่งสู่ “ศูนย์บิลค่าไฟ” ในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การผสมผสานชื่อเสียงเดิมของไฮเออร์ในกลุ่มสมาร์ทโฮมเข้ากับการรับรองมาตรฐานและประสบการณ์โครงการจริงในไทย อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบทบาทของบริษัทในสมรภูมิพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาคในระยะต่อไป