
ตำรวจไทยเร่งสอบสวนคดีสะเทือนขวัญในเมืองพัทยา หลังพบศพเด็กหญิงชาวไทยวัย 17 ปีภายในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้ข้างรางรถไฟใกล้แหล่งท่องเที่ยวและตลาดน้ำชื่อดัง โดยชายชาวออสเตรเลียวัย 46 ปีถูกควบคุมตัวเป็นผู้ต้องสงสัย หลังกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ตายอยู่กับชายต่างชาติรายนี้เป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกพบในสภาพเปลือยและมีร่องรอยบาดเจ็บรุนแรงบนใบหน้า
ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นและต่างประเทศ เพื่อนของผู้เสียชีวิต ซึ่งตำรวจระบุชื่อว่า ทัญชนก ดอนไหมลา ได้แจ้งความว่าเธอหายตัวไปจากพื้นที่พัทยาในคืนวันพฤหัสบดี เวลาประมาณ 03.30 น. กล้องวงจรปิดในอาคารที่พักย่านบางละมุงจับภาพเธอเดินจูงมือเข้าห้องพักชั้น 15 ไปพร้อมชายต่างชาติรายหนึ่ง ต่อมาอีกเกือบ 18 ชั่วโมง กล้องตัวเดิมบันทึกภาพชายวัย 46 ปีลากกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่ ออกมาจากอาคารเพียงลำพัง ก่อนจะนำกระเป๋าไปวางบนเบาะหลังรถจักรยานยนต์แล้วขับออกไปตามแนวทางรถไฟ โดยช่วงหนึ่งหายไปจากมุมกล้องราว 9 นาที
เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าต้องสงสัยในเวลาต่อมาในพื้นที่ใกล้ตลาดน้ำซึ่งอยู่ห่างจากอาคารที่พักประมาณสิบ นาที เมื่อเปิดออกพบร่างของทัญชนกอยู่ภายใน สภาพร่างกายมีบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนัก ตำรวจระบุว่ากำลังรอผลชันสูตรพลิกศพเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน การตรวจค้นห้องพักที่ชายชาวออสเตรเลียเช่าอยู่พบหลักฐานหลายอย่างที่ตำรวจเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้
ชายชาวออสเตรเลียถูกจับกุมที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันศุกร์ ขณะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ ก่อนถูกนำตัวกลับไปยังพัทยาเพื่อสอบปากคำ โดยตำรวจระบุว่าเขาปฏิเสธข้อกล่าวหา และตามรายงานของสื่อบางแห่ง เขาอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเอง ทางการไทยยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม และระบุเพียงว่ารอยขีดข่วนบนร่างของผู้ต้องสงสัยอาจบ่งชี้ถึงการต่อสู้ขัดขืนของผู้เสียชีวิต ขณะนี้คดียังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน โดยตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และผลการชันสูตร เพื่อเสนออัยการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย

Export Development Canada (EDC) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างแคนาดาและไทย พร้อมทั้งขยายความร่วมมือไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นในปีที่ทั้งสองประเทศฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนการขยับเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายต่อภูมิภาคที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในซัพพลายเชนโลก
MOU ฉบับนี้วางกรอบความร่วมมือระหว่างสองสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ซึ่งจะสนับสนุนโครงการในทั้งสองประเทศและในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยเน้นการร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ภายใต้ข้อตกลง EDC และ EXIM Thailand จะร่วมกันสำรวจโอกาสด้านการจัดหาเงินทุน แลกเปลี่ยนข่าวกรองตลาด และอำนวยความสะดวกให้บริษัทจากแคนาดาและไทยเชื่อมต่อและทำธุรกิจร่วมกัน
ความร่วมมือมุ่งไปที่ภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย เช่น เกษตรและอาหาร เทคโนโลยีสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งล้วนเป็นห่วงโซ่การผลิตที่กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก ข้อตกลงยังครอบคลุมการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การบริหารความเสี่ยง และการเงินที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อและการตัดสินใจลงทุนของสถาบันการเงินข้ามชาติ
สำหรับแคนาดา ความร่วมมือกับ EXIM Thailand ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทางการค้า และยกระดับการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งกำลังกลายเป็นตลาดสำคัญยิ่งขึ้นสำหรับผู้ส่งออกและนักลงทุนแคนาดา ขณะเดียวกัน ไทยได้รับช่องทางเสริมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและข้อมูลตลาดจากหนึ่งในสถาบันการเงินเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของโลก เพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ๆ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีและเงินลงทุนสูง