เมียนมาในภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรม เร่งคนหนีเข้าไทยเพื่อความปลอดภัยและปากท้อง

05.07.2026


กระแสการย้ายถิ่นจากเมียนมาสู่ประเทศไทยเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงต้นปีนี้ โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ของสหประชาชาติเผยว่า มีชาวเมียนมาเกือบ 700,000 คนเดินทางเข้ามาในไทยในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน สะท้อนแรงกดดันด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมที่ทวีความรุนแรงในประเทศซึ่งยังเผชิญความขัดแย้งภายในและวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างยืดเยื้อ

รายงานของ IOM ระบุว่า ชาวเมียนมาจำนวน 687,000 คนเข้าสู่ไทยผ่านด่านชายแดนหลักในจังหวัดตาก ระนอง กาญจนบุรี และเชียงราย ภายในระยะเวลาเพียงสี่เดือน โดยปัจจัยผลักดันสำคัญมาจากกฎหมายเกณฑ์ทหารของทางการเมียนมา รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภาคกลางของประเทศเมื่อปีก่อน ทำให้ประชาชนจำนวนมากพยายามหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์และมองหาโอกาสทำกินในประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อมูลเชิงลึกจากการสัมภาษณ์ผู้เดินทาง 3,504 คนโดย IOM ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของกลุ่มคนที่เคลื่อนย้ายข้ามแดน โดย 41% ไม่มีเอกสารทางการ ขณะที่แรงจูงใจในการเดินทางมีทั้งด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัย เช่น 29% เดินทางมาเพื่อการค้า 28% มาเยี่ยมหรือพบครอบครัวและเพื่อนฝูง 9% มุ่งหางานทำ และ 6% ระบุว่าหนีจากความขัดแย้ง นอกจากนี้ประมาณ 11% ถูกจัดเป็นผู้เดินทางระยะยาวเนื่องจากไม่แน่ใจระยะเวลาพำนักในไทย สะท้อนว่าบางส่วนอาจไม่ได้มองการอยู่ในไทยเป็นเพียงทางผ่านระยะสั้น

รายงานยังชี้ว่า ไทยไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางเดียวของการอพยพจากเมียนมา ผู้เดินทางบางส่วนมุ่งหน้าต่อไปยังมาเลเซียผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางนี้ยังมีจำกัด ทำให้การติดตามและประเมินขนาดของการเคลื่อนย้ายประชากรทำได้ยาก ท่ามกลางภาพรวมที่เมียนมากำลังเผชิญภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมจากการสู้รบ การย้ายถิ่นขนาดใหญ่ และปัจจัยซ้ำซ้อนอย่างเศรษฐกิจถดถอยและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งองค์กรด้านมนุษยธรรมประเมินว่าจำเป็นต้องมีการตอบสนองแบบบูรณาการทั้งด้านการทูต ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และการพัฒนาระยะยาว

Hotel101 Bangkok เตรียมขึ้นแท่นหนึ่งในสามโรงแรมใหญ่สุดของกรุงเทพฯ ตามจำนวนห้องพัก

05.07.2026


Hotel101 Global Holdings Corp. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีแบบ asset-light ภายใต้โมเดล “คอนโดเทล” เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยการลงนามข้อตกลงร่วมทุนแบบเด็ดขาด (definitive binding agreements) เพื่อพัฒนาโครงการ Hotel101 Bangkok ซึ่งจะเป็นโครงการแฟล็กชิปในกรุงเทพฯ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจระดับนานาชาติของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กภายใต้ตัวย่อ HBNB

โครงการ Hotel101 Bangkok จะพัฒนาบนที่ดินเนื้อที่ราว 8,336 ตารางเมตรริมถนนพหลโยธิน หนึ่งในเส้นทางคมนาคมหลักของกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้ามีห้องพักประมาณ 770 ห้อง ส่งผลให้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ โรงแรมแห่งนี้มีแนวโน้มจะขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสามโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุดในกรุงเทพฯ ทำเลโครงการอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS แยก ก.พ.อ. และอยู่ไม่ไกลจากท่าอากาศยานดอนเมือง เชื่อมต่อผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศเข้ากับย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิง และโหนดคมนาคมสำคัญในโซนเหนือของเมือง

ดีลครั้งนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Hotel101 Global กับบริษัท ออริจิน โฮเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ออริจิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายสำคัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอนโดมิเนียมใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS และทางด่วน ทีมผู้บริหารทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้ก่อตั้ง Hotel101 Global อย่าง เอ็ดการ์ “อินจัป” เซีย ที่สอง (Edgar "Injap" Sia II) และทีมผู้บริหารระดับสูงของออริจิน นำโดยซีอีโอ พีระพงศ์ จรูญเอก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามที่สำนักงานใหญ่ของออริจินในกรุงเทพฯ

Hotel101 Bangkok ถูกวางตำแหน่งให้เป็นการนำโมเดล “คอนโดเทล” ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ Hotel101 เข้าสู่ตลาดไทย โดยบริษัทคาดการณ์มูลค่ารายได้จากการขายของโครงการราว 1.925 พันล้านบาท (ประมาณ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ความร่วมมือดังกล่าวผสานแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีเชิงเทคโนโลยีของ Hotel101 เข้ากับประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการใกล้ระบบรางของออริจิน ซึ่งสร้างชื่อจากการออกแบบที่โดดเด่น การจัดผังพื้นที่ใช้สอยที่เน้นการใช้งานจริง และการบริการหลังการขายที่แข็งแรง

การปักธงของ Hotel101 ในทำเลพหลโยธินตอนเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะฮับด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจของอาเซียน ขณะเดียวกันก็สะท้อนทิศทางใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างออริจิน ที่ขยายจากตลาดที่อยู่อาศัยแนวคอนโดมิเนียมมาสู่เซกเมนต์โรงแรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับระบบขนส่งมวลชนในเมืองโดยตรง