AI จับตาพื้นที่เศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว ศูนย์ IBOC เสริมเกราะป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล

05.07.2026


รัฐบาลไทยกำลังยกระดับการรับมืออาชญากรรมยุคดิจิทัลด้วยการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ข้ามพรมแดน เข้ากับยุทธศาสตร์ความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่มุ่งทั้งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต คุ้มครองความสงบเรียบร้อย และเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและแก๊งอาชญากรรมอย่างจริงจัง แกนกลางของการขับเคลื่อนครั้งนี้คือระบบ SHIELD และศูนย์เฝ้าระวังอัจฉริยะ IBOC ซึ่งถูกวางให้เป็นเครื่องมือหลักในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งแต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายค้ามนุษย์ ไปจนถึงมิจฉาชีพออนไลน์ประเภทต่าง ๆ

รัฐบาลระบุว่าอาชญากรรมสมัยใหม่มีโครงข่ายซับซ้อนและทำงานข้ามประเทศ ทำให้กลไกเดิมไม่เพียงพอ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล กล่าวว่าตำรวจแห่งชาติได้ผลักดันโครงการ SCAM & Human Trafficking Information Exchange and Linked Database หรือ SHIELD ให้เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ พยานหลักฐานดิจิทัล และเส้นทางการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเร่งรัดการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องสงสัยและขยายผลรื้อเครือข่ายถึงต้นตอ ช่วยลดช่องโหว่ที่เคยถูกใช้หลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย

SHIELD ต่อยอดจากความร่วมมือภายใต้ศูนย์อำนวยการปราบปรามแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ โดยดึงหลายหน่วยงานเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งสถาบันการเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการต่างประเทศ การเชื่อมต่อข้อมูลข่าวกรองและร่องรอยการเงินช่วยให้การอายัดเงินผิดกฎหมาย การติดตามเส้นทางธุรกรรม และการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ควบคู่กับสมรภูมิข้อมูล รัฐบาลยังดึง AI เข้ามาเสริมความปลอดภัยเชิงกายภาพผ่านศูนย์ Intelligent Bird Eye Operation Centre หรือ IBOC เพื่อใช้ตรวจจับความผิดปกติและพฤติกรรมเสี่ยงแบบเรียลไทม์ในเขตเศรษฐกิจสำคัญและพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้แจ้งเตือนและช่วยให้เจ้าหน้าที่ตอบสนองเหตุการณ์ได้อย่างฉับไว โดยวางแผนนำร่องโมเดล ‘สมาร์ทเซฟตี้’ บนเกาะเสม็ด ซึ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่าล้านคนต่อปี ก่อนขยายไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่นในอนาคต

กรอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงใหม่นี้อยู่ภายใต้คำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านความมั่นคงสาธารณะ การคุ้มครองประชาชนและนักท่องเที่ยว การกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม และการป้องกันภัยไซเบอร์ รัฐบาลมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยีและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสียทางการเงินจากมิจฉาชีพ และเสริมความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

Hotel101 Bangkok เตรียมขึ้นแท่นหนึ่งในสามโรงแรมใหญ่สุดของกรุงเทพฯ ตามจำนวนห้องพัก

05.07.2026


Hotel101 Global Holdings Corp. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีแบบ asset-light ภายใต้โมเดล “คอนโดเทล” เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยการลงนามข้อตกลงร่วมทุนแบบเด็ดขาด (definitive binding agreements) เพื่อพัฒนาโครงการ Hotel101 Bangkok ซึ่งจะเป็นโครงการแฟล็กชิปในกรุงเทพฯ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจระดับนานาชาติของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กภายใต้ตัวย่อ HBNB

โครงการ Hotel101 Bangkok จะพัฒนาบนที่ดินเนื้อที่ราว 8,336 ตารางเมตรริมถนนพหลโยธิน หนึ่งในเส้นทางคมนาคมหลักของกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้ามีห้องพักประมาณ 770 ห้อง ส่งผลให้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ โรงแรมแห่งนี้มีแนวโน้มจะขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสามโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากที่สุดในกรุงเทพฯ ทำเลโครงการอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS แยก ก.พ.อ. และอยู่ไม่ไกลจากท่าอากาศยานดอนเมือง เชื่อมต่อผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศเข้ากับย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิง และโหนดคมนาคมสำคัญในโซนเหนือของเมือง

ดีลครั้งนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Hotel101 Global กับบริษัท ออริจิน โฮเทล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ออริจิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายสำคัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอนโดมิเนียมใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS และทางด่วน ทีมผู้บริหารทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้ก่อตั้ง Hotel101 Global อย่าง เอ็ดการ์ “อินจัป” เซีย ที่สอง (Edgar "Injap" Sia II) และทีมผู้บริหารระดับสูงของออริจิน นำโดยซีอีโอ พีระพงศ์ จรูญเอก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามที่สำนักงานใหญ่ของออริจินในกรุงเทพฯ

Hotel101 Bangkok ถูกวางตำแหน่งให้เป็นการนำโมเดล “คอนโดเทล” ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ Hotel101 เข้าสู่ตลาดไทย โดยบริษัทคาดการณ์มูลค่ารายได้จากการขายของโครงการราว 1.925 พันล้านบาท (ประมาณ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ความร่วมมือดังกล่าวผสานแพลตฟอร์มฮอสพิทัลิตีเชิงเทคโนโลยีของ Hotel101 เข้ากับประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการใกล้ระบบรางของออริจิน ซึ่งสร้างชื่อจากการออกแบบที่โดดเด่น การจัดผังพื้นที่ใช้สอยที่เน้นการใช้งานจริง และการบริการหลังการขายที่แข็งแรง

การปักธงของ Hotel101 ในทำเลพหลโยธินตอนเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะฮับด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจของอาเซียน ขณะเดียวกันก็สะท้อนทิศทางใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างออริจิน ที่ขยายจากตลาดที่อยู่อาศัยแนวคอนโดมิเนียมมาสู่เซกเมนต์โรงแรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับระบบขนส่งมวลชนในเมืองโดยตรง